|
การศึกษา/ดูงานการจัดการความรู้ |
|
|
|
|
 การศึกษา/ดูงานการจัดการความรู้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2552 คณะกรรมการพัฒนาวิทยาลัยสู่องค์การเรียนรู้ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ KM ระดับหน่วยงานในแต่ละฝ่ายและระดับวิทยาลัยจำนวน 7 คน ได้ไปศึกษา/ดูงานเกี่ยวกับการจัดการความรู้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา และหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
1. ศึกษา/ดูงานที่ มทร. รัตนโกสินทร์ ศาลายา ระหว่างเวลา 08.45 – 11.30 น คณะศึกษา/ดูงานได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่งจากผู้อำนวยการสำนักงานประกันคุณภาพ (ดร. อนันต์ เตียวต๋อย) และคณะ โดย ผอ.สนง. ประกันคุณภาพ ได้กรุณาเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ (KM)ว่า KM เป็นส่วนหนึ่งของงานประกันคุณภาพการศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์มีประเด็นที่จัดทำ KM อยู่ 6 ประเด็น ได้แก่ การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การจัดการด้านศิลปวัฒนธรรม งานกิจการนักศึกษา และการบริหารจัดการ(ระบบคุณภาพ) ในการศึกษา/ดูงานที่นี่ ทำให้เราได้รับความรู้ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการแบ่งปันด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสรรหาแนวทาง การสร้างแรงจูงใจที่ได้รับจากวิทยากรจากภายนอกและกลุ่มทำงาน KM ของหน่วยงาน ที่สำคัญจะต้องมีเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการสร้างค่านิยมร่วม โดยมองเห็นผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของคณะ/หน่วยงานเท่านั้น ทั้งนี้ ผลรวมของส่วนใหญ่มีค่ามากกว่าผลงานที่ได้จากคณะ/หน่วยงานนำมารวมกัน ที่สำคัญผู้บริหารจะต้องมีความรู้และสามารถจัดการได้ทุกเรื่องเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ มีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ชัดแจ้งเพื่อสร้างการแข่งขันในการปฏิบัติงาน การพัฒนา KM อยู่ที่การจัด “ระบบ” เพื่อให้บุคคลเข้าดูได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ด้วยการจัดให้มี Blog KM การดำเนินการด้าน CoP ให้ดูที่ภารกิจ การบริหารจัดการ กิจการนักศึกษา การเรียนการสอน(ตัวบุคคล กิจกรรม และการวิจัย) การสร้าง CoP จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุง แก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการนำ KM ไปต่อยอดในระดับคณะ/สาขาวิชา เพื่อนำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) ต่อไป วิทยาลัยแสงธรรม ขอบพระคุณ ดร. อนันต์ เตียวต๋อย และคณะเป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้
2. ศึกษาดูงานที่หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ ม. ศิลปากร วข. พระราชวังสนามจันทร์ ระหว่างเวลา 13.00 – 15.30 น. คณะศึกษา/ดูงานได้รับการต้อนรับจาก คุณกาญจนา สุคนธมาลี บรรณารักษ์เชี่ยวชาญ 9 หัวหน้าหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ และคุณสมปอง มิสสิตะ บรรณารักษ์ชำนาญการ 8 หัวหน้าฝ่ายบริการ ทั้งสองท่านได้กรุณาเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ โดยคุณกาญจนา สุคนธมาลีได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ (KM)ว่า KM เป็นส่วนงานหนึ่งขององค์กรแห่งการเรียนรู้ (LO) การดำเนินงานการจัดการความรู้จะประสบความสัมฤทธิผลมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยมารวมกัน เช่น
- ทุกคนต้องใฝ่รู้ ใฝ่เรียนด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง - ทุกคนอยู่ด้วยกันฉันท์พี่น้อง ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน - มีการร่วมประชุม ปรึกษาหารือ นำผลสัมฤทธิ์ ปัญหา อุปสรรค มาร่วมแบ่งปัน - คนหนึ่งคนทำงานได้หลายหน้าที่ ชนิด All in one. - สนับสนุนการดำเนินงานที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานและให้เกียรติซึ่งกันและกัน และทุกกิจกรรมจัดทำ paper ไว้ทั้งหมดเพื่อการสานต่อ/ต่อยอด และเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่จะจับงาน/กิจกรรมนั้นต่อไป - การทำงานจะสำเร็จเมื่อทุกคนใช้ “ภาษา” เดียวกัน - ทุกคนจัดทำบันทึก (Daily Activities) ตั้งแต่เข้าที่ทำงานจนถึงเวลาเลิกงาน โดยบันทึกเป็นช่วง ๆ ของเวลาแต่ละวัน - KM จะต้องทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ติดตามร่องรอยได้ - ผู้บริหารระดับสูง (หัวหน้าหน่วยงาน) อำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้บริหารระดับรอง และผู้ปฏิบัติงาน
คุณสมปอง มิสสิตะ หัวหน้าฝ่ายบริการ ได้เปิดใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการทำงานว่า - ปัญหาใหญ่ของ KM คือ คนในองค์กรไม่ค่อยคุยกัน คนที่เป็นผู้บริหารไม่ทำ KM อ้างว่ามีเวลาน้อย - องค์กรจะต้องมีความเข้มแข็ง โดยดูที่ตัวบุคคล(ทำงานเก่ง) ที่สำคัญต้องเป็นคนที่ “รักการเรียนรู้” และรักการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รักการสร้างบรรยากาศ KM รู้นโยบายการสร้าง KM ของสถาบัน - สร้างและให้โอกาสแก่บุคคลในการสร้าง KM ทำอย่างไรจึงจะได้ทั้งคนดี คนเก่ง คนมีความสามารถ และมีความสุขจากการทำงาน - เปลี่ยนแนวความคิดจากการพิจารณา “ส่วนที่เลว” เป็น “ส่วนที่ดี” และสามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น - หัวหน้ามีหน้าที่ดูแล แก้ปัญหา ให้กำลังใจ ไม่ใช่ลงมือทำเองทั้งหมด จะทำให้รู้สึกว่าผู้ต้องปฏิบัติทำอะไรไม่เป็นเลย - การทำงานทุกอย่างจะต้องมีการประเมินผล และยอมรับผลการประเมิน(แม้จะเจ็บปวดก็ตาม) - การจัดการเรียนรู้จะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงออก(ด้วยคำพูด/การกระทำ) รักการ “เก็บ” สิ่งที่ได้รู้มาเพื่อนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ - การประชุมคือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกในที่ประชุม ไม่ใช่มีลักษณะเป็นแบบการนั่งฟังเล็กเช่อร์ - KM เป็นกระบวนการที่ได้จาก “ประสบการณ์ตรง” และนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำไปสู่การปฏิบัติ - การดำเนินงานในหอสมุดแห่งนี้เป็นแบบระบบครอบครัว มองโลกด้วยความสวยงาม ไม่ใช่มองเห็นแต่ความทุกข์
นอกจากนี้ วิทยากรทั้งสองท่านยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า การดำเนินงานด้าน Knowledge Management เป็นการสร้าง/เปิดช่องทางในการสื่อสารทั้งการเขียน และ on line ใช้กระบวนการถ่ายทอดความรู้ที่หลากหลาย มีการจัดทำแผนการจัดการความรู้ที่เด่นชัด มีการกำหนดบุคคลอย่างน้อยสองคนทำงานร่วมกันเพื่อไม่ให้ระบบสารสนเทศชะงักเมื่อคนใดคนหนึ่งไม่อยู่และคนที่อยู่สามารถจะตอบคำถามได้ และต้อง/ควรมีการเตรียมบุคคลเพื่อสานต่องาน/กิจกรรมเพื่อให้มีการต่อเนื่อง IT เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้ อุปกรณ์จะมีประโยชน์เมื่อเรารู้ถึงสมรรถนะของอุปกรณ์นั้น ๆ ขอเสนอให้ใช้ระบบ KM ในเนื้องาน ไม่มีใครรู้ไปหมดทุกอย่าง แต่เราสามารถเรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ได้ ถึงแม้เราแต่ละคนอาจจะมีมุมมองที่ต่างกัน (ตามลักษณะงานที่ตนรับผิดชอบ) ทำให้เกิดความรู้ที่หลากหลายจากสิ่งเดียวกัน
- มองและให้กำลังใจตนเอง เช่นชมตนเองจากผลงานที่เราชื่นชม (โดยไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาชื่นชม) - หน่วยงานจะต้องมีความหนักแน่น และมีความแน่นอนในหลักการ และหลักปฏิบัติ - ตรวจสอบว่ามีการเรียนรู้ มีการแลกเปลี่ยน มีการประเมินผล และมีการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้หรือไม่ เพียงใด - การเดินไปเดินมาเพื่อใฝ่หา “ความคิด” จากเพื่อร่วมงาน และผู้รับบริการนั้น ก็คือ KM
ขอบพระคุณ คุณกาญจนา สุคนธมาลี และ คุณสมปอง มิสสิตะ เป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้ 30 ธันวาคม 2552
|